บริษัท กัปตัน โค๊ทติ้ง จำกัด

วิธีผสมสีทาบ้านที่ถูกต้อง ควรทำยังไง? [เผยเคล็ดลับสีกัปตัน]

ใครที่กำลังทำบ้านใหม่ หรือกำลังจะแก้ไขปรับปรุงบ้านเดิม นอกจากเรื่องของโครงสร้างแล้ว สิ่งที่ต้องพิถีพิถันรองลงมาคงหนีไม่พ้นการทาสีบ้าน เพราะทุกขั้นตอนของการทาสี ถ้าไม่ใส่ใจอย่างละเอียดให้ดี ก็จะส่งผลต่อเรื่องปัญหาสีกวนใจได้

ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกทาสีบ้านเองหรือจ้างช่างทาสี ก็ควรจะรู้ลึก รู้จริงในทุกขั้นตอนการทาสีบ้าน

ตั้งแต่การเลือกซื้อสี การผสมสี การทาสี ก็ล้วนมีขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนพิถีพิถันที่สุด 

ในบทความนี้มาดูวิธีการผสมสีทาบ้านที่ถูกต้อง ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้การทาสีบ้านออกมาสวยสมบูณณ์แบบ ไร้กังวลเรื่องปัญหาสีโป่งพอง ลอกล่อน

วิธีผสมสีทาบ้านที่ถูกต้อง 

การจ้างช่างทาสีมาทาสีบ้านให้ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงเหมาะกับงานทาสีใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เวลามาก แต่ถ้าเป็นงานการแก้ไขซ่อมแซมแค่บางจุด หรือทาสีห้องใหม่ที่ไม่ยากเกินไป คุณก็สามารถผสมสีทาบ้านและลงมือทาสีเองได้ ก็ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียว 

ดังนั้นก่อนเริ่มลงมือทาสีบ้านเอง ก็ควรรู้ขั้นตอนและวิธีการผสมสีทาบ้านที่ถูกต้องก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง จนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จนเกิดงบบานปลายในภายหลังได้

ข้อควรต้องรู้ก่อนเริ่มผสมสีทาบ้าน!

วิธีผสมสีทาบ้านที่ถูกต้อง 

1. อ่านข้อมูลข้างถังสีให้ละเอียด

ส่วนใหญ่แล้วข้างถังสีจะมีการระบุข้อมูลคุณสมบัติของสี และวิธีการใช้งานเอาไว้ เช่น

  • ข้อมูลการใช้งาน (ซึ่งขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่เมื่อไปซื้อสีที่หน้าร้าน จะมีพนักงานช่วยให้ข้อมูลอยู่แล้วในการเลือก)  
  • ข้อมูลการใช้งานจำเพาะ ว่าเหมาะสมจะใช้กับบริเวณไหน 
  • ใช้อัตราการผสมน้ำเท่าไหร่ กับอุปกรณ์ประเภทไหน

รวมไปถึงบางรุ่นอาจจะมีข้อมูลที่ระบุการทาสีในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว สำหรับพื้นผิวเก่า และสำหรับพื้นผิวใหม่ด้วย ดังนั้นการอ่านข้อมูลข้างถังให้ละเอียดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเราผสมสีทาบ้านเองโดยที่ยังไม่รู้วิธีใช้งาน อาจจะทำให้ได้สีบ้านที่ไม่ตรงปก ทายาก หรือเกิดปัญหาสีลอกล่อน จนต้องมาแก้ไขใหม่ด้วยงบประมาณที่เพิ่มขึ้น

2. รู้อัตราการผสมสีทาบ้าน : น้ำ

สำหรับการผสมสีทาบ้านแต่ละรุ่น มักจะผสมน้ำในอัตราส่วนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะต้องดูอัตราส่วนที่ระบุบริเวณฉลากข้างถังสี ในบางรุ่นอาจจะมีอัตราส่วนการผสมน้ำสะอาดก่อนใช้งานที่ 10% 20% แตกต่างกันออกไปตามชนิดของอุปกรณ์ที่เราใช้ในการทาสี เช่น การใช้งานแปรง หรือลูกกลิ้งทาสีบ้านอาจจะใช้อัตราส่วนการผสมน้ำที่น้อยกว่าการใช้เครื่องพ่นต่างๆ

ตัวอย่างเช่น อัตราส่วนผสมสีทาบ้าน ถ้าฉลากข้างถังระบุว่าให้ผสมน้ำ 10% สำหรับงานทาสีบ้านที่ใช้แปรงทา แสดงว่าเมื่อเราใช้สี 100% ให้ผสมน้ำเข้าไป 10% หรืออัตราส่วน 10 : 1 ส่วน

รู้อัตราการผสมสีทาบ้าน : น้ำ

3. เตรียมอุปกรณ์สำหรับผสมสีทาบ้าน

การผสมสีทาสีบ้านต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้ขั้นตอนในการสีไม่เกิดการผิดพลาด โดยอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการผสมสีดังนี้

  • สีทาบ้าน
  • น้ำสะอาด (อัตราส่วนตามที่ข้างถังระบุ)
  • ถังเปล่าใบใหญ่ 2 ใบ สำหรับใช้เทผสมสี
  • แปรง หรือไม้ สำหรับใช้กวนสี

มาเริ่มลงมือผสมสีทาบ้านกันเลย!

1. เทสีทั้งหมดลงในถังเปล่าใบใหม่ (ถังใบที่ 1)

สีทาบ้านจะต้องมีการผสมน้ำสะอาดลงไป เพื่อช่วยลดความหนืดของสี และช่วยให้ทาง่าย โดยถังสีใบเดิมที่มากับสี หากผสมน้ำลงไปเลยอาจจะทำให้ปริมาณของเหลวล้นออกมาได้ จึงจำเป็นจะต้องเทสีลงในถังผสมใบใหญ่ขึ้น 

2. เทน้ำลงไปล้างในถังสีเดิม

เมื่อเทสีออกไปในถังใบใหม่แล้ว ให้เทน้ำสะอาดในอัตราส่วนที่ระบุตามข้างถังลงในถังสีใบเดิม เพื่อล้างเอาสีที่ค้างอยู่ในถังออกมา โดยใช้แปรงเกลี่ยสีที่เกาะอยู่ตามถัง และฝาถังให้ละลายผสมไปกับน้ำ 

3. เทน้ำล้างถังสี ลงในถังผสมสีที่เทเนื้อสีลงไป (ถังใบที่ 1)

เมื่อเกลี่ยสีที่ติดค้างในถังสีให้ผสมกับน้ำสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาเทน้ำในถังใบที่ 1 ที่มีเนื้อสีอยู่

4. ใช้แปรง หรือไม้ช่วยผสมสี

หลังจากเทน้ำลงไปในถังใบที่ 1 แล้ว ให้ใช้แปรงหรือไม้พายในการช่วยคนผสมสีกับน้ำให้เป็นเนื้อเดียวกัน 

ใช้แปรง หรือไม้ช่วยผสมสี

5. เทสีเปลี่ยนลงในถังใบใหม่ (ถังใบที่ 2)

แนะนำให้เทสีที่ผสมแล้ว ลงในถังใบใหม่ (ถังใบที่ 2 ) เพื่อให้มั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าเม็ดสีมีการแตกตัวที่ดีขึ้น แล้วคนต่อไปให้เนื้อสีไม่เป็นก้อน หรือติดที่ก้นถัง โดยเทสลับถังใบที่ 1 และ 2 แบบนี้ไปอีกประมาณ 2-3 รอบ (ขั้นตอนนี้แล้วแต่ความถนัดเลยครับ บางคนอาจจะใช้การผสมสีจบแค่ข้อ 4 ก็ได้ แต่สำหรับมือใหม่ที่ต้องการความมั่นใจว่าผสมเนื้อสีเข้ากันดี แนะนำให้ทำตามข้อนี้ด้วยครับ)

6. ผสมสีทาบ้านเสร็จเรียบร้อย!

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เนื้อสีทาบ้านที่พร้อมนำไปใช้งานแล้ว โดยวิธีสังเกตว่าสีของเราพร้อมนำไปใช้งานแล้วหรือไม่ คือการสังเกตเนื้อสีที่ผสมกับน้ำแล้วจะต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีสีที่ยังเกาะกันเป็นก้อน หรือติดอยู่ที่ก้นถัง

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการผสมสีทาบ้าน

1. ถ้าผสมสีไว้นานแล้ว ยังใช้ได้หรือไม่?

หลายคนอาจจะแค่ซื้อสีมาทาเพียงเฉพาะจุด และใช้จำนวนทาไม่มาก อาจจะมีคำถามว่าสีที่ผสมน้ำไว้แล้วสามารถนำกลับมาใช้อีกได้หรือไม่? คำตอบคือสามารถนำกลับมาใช้ได้ แต่ควรปิดฝาไว้ให้แน่น และควรผสมสีไว้ไม่ควรเกิน 7 วัน เพราะหากเก็บไว้นานสีอาจจะเริ่มมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

2. สีทาบ้านไม่ผสมน้ำได้หรือไม่?

สีทาบ้านสามารถใช้ได้โดยไม่ผสมน้ำ แต่ช่างส่วนใหญ่จะไม่นิยม เนื่องจากสีจะมีความหนืดข้นของสี ใช้แรงเยอะในการทา และทาแล้วไม่ลื่นไหลง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับลูกกลิ้ง หรือแปรงในการทาสีอาจจะทำให้ไม่สะดวก 

รวมไปถึงสีที่ได้อาจจะมีการติดขัดเป็นก้อน ทาออกมาได้ไม่เรียบ ซึ่งการที่สีไม่ผสมกับน้ำ อาจจะเหมาะกับงานประเภททาสีตัดขอบ หรือทาบริเวณมุมต่างๆ ที่ลูกกลิ้งหรือแปรงไม่สามารถเข้าถึง แต่งานใหญ่ๆ เช่นการทาสีภายใน และภายนอกบ้านควรมีการผสมสีทาบ้านกับน้ำก่อนใช้งาน

เคล็ดลับสีกัปตัน ทาสีบ้านยังไงให้สวยชัวร์สำหรับมือใหม่

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หัดทาสีบ้าน แต่กลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างการลงมือทำ สีกัปตันมีเคล็ดลับดีๆ ในการทาสีบ้านมาช่วยเสริมความมั่นใจให้กับคุณด้วย

1. เลือกสีให้เหมาะกับงาน

หลายๆ ครั้งเรามักจะมีปัญหากับการนำสีที่ไม่เหมาะกับประเภทงานมาใช้ เช่น เอาสีทาภายในมาใช้ภายนอก เอาสีทาภายนอกมาใช้ภายใน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นปัญหาการใช้งานระยะยาวที่อาจจะได้สี และความทนทานที่ไม่ตรงตามจุดประสงค์ 

ดังนั้นตอนที่ไปเลือกซื้อให้อ่านฉลากให้ดี ว่าบริเวณที่คุณจะทาสีเป็นในบ้าน หรือนอกบ้าน เพื่อให้เนื้อฟิล์มสีทาบ้านทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และให้สีสันของตัวบ้านสวยงามได้ยาวนาน

2. มือใหม่หัดผสมสีต้องใจเย็น

การผสมสีทาบ้าน อาจจะไม่ต้องถึงมือช่างมืออาชีพ เพราะมือใหม่อย่างเราก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่จะต้องอาศัยความละเอียดและแม่นยำในทุกขั้นตอน 

ถ้าหากคุณไม่มั่นใจว่าเนื้อสีที่ผสมไปแล้วจะใช้งานได้หรือไม่ ให้ลองผสมสีทีละน้อยๆ ดูก่อน (แต่ต้องเปลี่ยนอัตราส่วนของน้ำสะอาดที่ผสมตามไปด้วยนะ) แล้วนำไปลองทาในจุดเล็กๆ เพื่อดูความเข้มข้นของสีว่าใช้ได้หรือไม่

หรือถ้าอยากจะผสมสีทาบ้านทั้งหมดในคราวเดียว แต่ยังไม่มั่นใจจำนวนอัตราส่วนของน้ำ ให้ลองคำนวนปริมาณสีทั้งหมดในถัง ต่ออัตราส่วนของน้ำที่ต้องใช้ แล้วชั่งปริมาณน้ำให้เป๊ะๆ ด้วยเครื่องชั่ง หรือวัดจากขวดน้ำที่มีปริมาณบอกก็ได้ก่อนจะนำผสมลงไป

3. เตรียมพื้นผิวก่อนที่จะทาสี

ก่อนที่จะทาสีลงบนผนัง โดยเฉพาะงานทาสีที่ปรับปรุงจากสีเดิม ควรต้องทำความสะอาดพื้นผิวเดิมให้ไม่มีพวกฝุ่นผงก่อนจะทาสีใหม่ ด้วยการลอกสีเก่าออกให้เกลี้ยง และซ่อมแซมพวกรอยแตกต่างๆ ให้เรียบร้อย เพื่อให้ได้สีทาบ้านที่สวยเรียบเนียน ไม่เป็นรอยด่าง และไม่ลอกล่อน

4. ใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม

ช่างส่วนใหญ่มักจะใช้ลูกกลิ้งสำหรับการทางานในพื้นที่ใหญ่ๆ เพราะสะดวก ทาง่าย และทำได้รวดเร็ว หรือใช้แปรงเล็กสำหรับในบริเวณที่ลูกกลิ้งเข้าไปไม่ถึง ดังนั้นเราควรจะดูว่าพื้นที่ที่เราต้องการทาสี เหมาะจะใช้กับอุปกรณ์ประเภทไหนเพื่อที่จะได้ทาออกมาได้สวย 

5. ปล่อยให้สีแห้งสนิท

การทาสีบ้านไม่ใช่แค่การทารอบเดียวแล้วจะสวย ช่างทาสีมักจะทาซ้ำ 2-3 รอบ โดยการทาทับในแต่ละครั้งจะต้องทิ้งเวลาให้สีชั้นแรกแห้งสนิทก่อน ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ดังนั้นเราจึงควรรอให้สีเดิมแห้งก่อน ไม่ควรที่จะทาทับเลย เพราะหากสีเดิมไม่แห้งอาจจะทำให้สีที่ไม่เรียบเนียน ดูมีรอยแตก 

เป็นมือใหม่หัดทาสี ก็สามารถผสมสีทาบ้านได้เอง

สำหรับมือใหม่ที่อยากทาสีบ้านด้วยตัวเอง จะเห็นแล้วว่าการทาสีบ้านเองไม่ใช่เรื่องยากเลย แม้จะไม่ได้เป็นช่างทาสีบ้านมืออาชีพก็ตาม 

แต่ก็ต้องอาศัยความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกขั้นตอน ทุกรายละเอียดและที่สำคัญต้องใจเย็น ก็จะทำให้สีทาบ้านที่คุณลงมือทาด้วยตัวเอง ออกมาสวยงามตามต้องการ ไร้ปัญหาสีกวนใจ สร้างความสุขของการอยู่อาศัยได้อย่างยาวนาน