บริษัท กัปตัน โค๊ทติ้ง จำกัด

10 แบบสีทาภายใน [ทำโทนตามนี้ยังไงห้องก็สวย]

การเลือกสีทาภายในสำหรับการทาห้องต่างๆ ภายในบ้าน นอกจากการเลือกสีที่ต้องการแล้ว ก็ต้องเลือกชนิดของฟิล์มสีให้เหมาะสม รวมถึงคุณสมบัติของเนื้อสีที่ทนทาน จะทำให้ห้องที่คุณตั้งใจตกแต่ง มีสีสันที่สวยงามได้ยาวนาน

บทความนี้มารู้จักกับสีทาภายในให้มากขึ้น พร้อมทั้งวิธีการเลือกชนิดสีให้สวยถูกใจ และแบบทาสีภายใน 10 รูปแบบการใช้โทนสี ให้คุณใช้เป็นไอเดียในการทาสีห้องในบ้านตามสไตล์ของคุณ

ทำความรู้จักกับสีทาภายใน

สีทาภายใน เป็นสีที่ใช้สำหรับทาทับหน้าพื้นผิวหลังจากการลงสีทารองพื้นเสร็จแล้ว โดยจะใช้ในการทาผนังภายในบ้าน หรือฝ้าเพดาน เพื่อให้พื้นผิวมีสีตามที่คุณต้องการนั่นเอง 

สำหรับสีทาภายในจะมีส่วนประกอบของอะคริลิคในปริมาณมาก จึงทำให้เนื้อสีมีความละเอียดและนุ่มนวล แม้จะไม่ได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมนอกบ้านโดยตรง เช่น แสงแดด ฝน น้ำท่วม คราบโคลน เหมือนกับสีทาภายนอก แต่สีทาภายในที่ดีนั้นจะมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนในบ้าน เช่น

  • หากมีคราบเลอะสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย โดยที่เนื้อสีทนทานไม่หลุดลอก 
  • ป้องกันการเกิดเชื้อราได้ดี และไม่ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียบนผนัง 
  • สีไม่ซีดจางได้ง่าย
  • ไม่มีสารระเหยที่มีกลิ่นฉุน และไม่มีสารที่ก่ออันตรายต่อผู้อยู่อาศัย 

วิธีการเลือกสีทาภายในให้บ้านสวยถูกใจ

เมื่อรู้จักกับวิธีการเลือกสีที่ใช้ทาภายในบ้านแล้ว มาต่อกันที่การเลือกสีที่ใช้ทาภายใน เพื่อให้สีภายในบ้านออกมาสวยตามที่คุณต้องการ

1. เลือกชนิดฟิล์มสีให้เหมาะสม

สีทาภายในมีฟิล์มสีอยู่ 3 ชนิด ที่ให้ผิวสัมผัส และความรู้สึกในเวลามองเห็นแตกต่างกันออกไป ได้แก่

  • ฟิล์มสีแบบด้าน: เมื่อทาสีลงไปแล้วพื้นผิวจะไม่สะท้อนแสง และสามารถปกปิดร่องรอยบนผนังได้เรียบเนียน 
  • ฟิล์มสีแบบกึ่งเงา: สีที่ทาลงไปแล้วพื้นผิวจะสะท้อนแสงเล็กน้อย และมีเนื้อที่เงาเล็กน้อยสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
  • ฟิล์มสีแบบเงา: สีที่ทาลงไปแล้วพื้นผิวจะสะท้อนแสงได้ดี ทำให้ห้องดูสว่างขึ้นอย่างชัดเจน และมีเนื้อเงาที่ทนทานต่อการทำความสะอาด

2. เลือกทาสีโทนเดียวต้องจับคู่สีให้บาลานซ์

หากจะทาสีภายในให้สวย ก็ต้องรู้วิธีการแบ่งน้ำหนักสี โดยเลือกสีหลักมา 1 สี จากนั้นเลือกโทนสีเดียวกันที่อ่อนกว่าหรือเข้มกว่า มาใช้ไม่เกิน 3-4 สี เช่น เลือกทาห้องสีเขียวเข้ม ก็อาจจะต้องใช้เขียวอ่อนมาตัดด้วย จะช่วยเพิ่มมิติให้กับห้อง ทำให้มองแล้วไม่น่าเบื่อ 

3. ทาห้อง 2 สีต้องรักษาสมดุลของสีเข้มและสีอ่อนให้ดี

หากจะเลือกทาสีห้องที่ต้องใช้ 2 สีที่ไม่เหมือนกัน ก่อนอื่นต้องดูว่าสีทั้งสองอยู่ด้วยกันแล้ว ดูเหมาะสมกันหรือไม่ เช่น เขียวกับน้ำเงิน เป็นสีโทนเย็นเหมือนกันสามารถใช้จับคู่กันได้ แต่ต้องเลือกสีหลักมา 1 สี 

โดยหลักการเลือกสี ที่สร้างความสมดุลจะใช้ 60:30:10 นั่นคือ

  • พื้นที่ 60% ของห้องทั้งหมดเป็นสีหลัก 
  • สีรองใช้พื้นที่ 30% ของห้อง สำหรับตัดเลี่ยน 
  • สีโดดเด่น 10% เป็นสีที่สร้างจุดเด่นของห้อง ซึ่งอาจใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งได้

10 แบบสีทาภายใน ทำโทนตามนี้ยังไงห้องก็สวย

1. ห้องหรูหราด้วยโทนสีขาวเนื้อเงา

ห้องหรูหราด้วยโทนสีขาวเนื้อเงา

อย่าเพิ่งกลัวว่าการเลือกสีห้องสีขาวจะทำให้ห้องของคุณน่าเบื่อ เพราะเดี๋ยวนี้สีทาภายในที่เป็นสีขาวก็มีให้เลือกหลายระดับความขาว และหลายเนื้อสัมผัส

สำหรับใครที่ต้องการห้องสีขาวแต่มีความเรียบหรูดูแพง ก็ต้องเลือกใช้สีทาภายในสีขาวแบบเนื้อมันวาวหรือกึ่งมันวาว ด้วยเนื้อสีที่มันวาวจะสะท้อนแสงธรรมชาติในยามกลางวัน เหมาะกับห้องนั่งเล่น จะช่วยให้ห้องดูสว่าง

โดยสามารถเพิ่มความหรูหราให้ห้องสีขาว ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีทอง สีเทาเข้ม และสีน้ำตาล จะทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นได้อีกด้วย

2. ห้องโทนสีสดใสด้วยสีเหลืองอ่อน 

ห้องโทนสีสดใสด้วยสีเหลืองอ่อน

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียห้องโทนสีสดใส แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก็สามารถเลือกสีเหลืองอ่อน ที่จะให้เฉดสีเหลืองออกไปทางครีม เนื้อฟิล์มด้านจะช่วยให้ดูไม่ฉูดฉาด แต่ก็ไม่ได้อ่อนจนเกินไป ซึ่งเป็นสีทาภายในที่เข้าได้กับหลายห้อง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว 

หากต้องการตกแต่งให้ห้องสีเหลืองอ่อน ให้ดูมีความสดใสมากขึ้น ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ในสีโทน ขาว เขียวแก่ หรือสีฟ้า 

หรือถ้าอยากให้ห้องมีลวดลาย ก็เลือกผ้าม่านที่เป็นลายทางยาว หรือเลือกใช้ผ้าม่าน หมอน แจกัน ที่มีลวดลายของดอกไม้มาประดับห้อง ก็จะช่วยให้บรยากาศของห้องดูสดใสขึ้น 

3. ห้องสไตล์มินิมอลด้วยโทนสีชมพู

ห้องสไตล์มินิมอลด้วยโทนสีชมพู

ใครที่กำลังมองหาไอเดียห้องสีชมพู ที่สามารถตกแต่งสไตล์มินิมอลแล้วออกมาสวย สามารถใช้เป็นมุมถ่ายภาพส่วนตัวภายในบ้าน ก็ต้องเลือกสีชมพูแบบฟลามิงโก ซึ่งเป็นโทนสีชมพูที่เห็นแล้วจะให้ความรู้สึกที่ดูเท่ เรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อ 

เหมาะกับการนำมาทาภายในได้หลายห้อง ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ โดยสามารถเลือกใช้สีขาวมาตัดเลี่ยนได้ 

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่จะช่วยให้ห้องสีชมพูเฉดนี้ดูมีความมินิมอลได้ ก็ต้องเลือกจากดีไซน์ที่ดูทันสมัย อาจจะเลือกใช้เป็นสีโอโรส สีขาว สีเขียว สีเทา หรือใช้การติดกระจกวงกลมเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องได้เช่นกัน

4. ห้องสไตล์ธรรมชาติด้วยสีน้ำตาลอิฐ

ห้องสไตล์ธรรมชาติด้วยสีน้ำตาลอิฐ

เลือกทาสีภายในห้องด้วยสีน้ำตาลอิฐ สำหรับไอเดียการแต่งห้องด้วยวัสดุธรรมชาติ ในรูปแบบที่เรียกว่า “Rustic style” ที่ให้กลิ่นอายของความธรรมชาติ อบอุ่น ผ่านกาลเวลาไปนานแค่ไหนก็ไม่น่าเบื่อ 

เฟอร์นิเจอร์สำหรับการแต่งห้องแบบนี้ ก็ต้องเน้นไปที่วัสดุที่มาจากธรรมชาติอย่าง หิน ไม้ เชือกทอ ผ้าทอ ปูนปั้น และเลือกใช้สีขาวมาแซมเข้าไป เพื่อให้สีของห้องเกิดความสมดุลไม่ทึบจนเกินไป

5. ห้องโทนสีเขียวที่ให้กลิ่นอายธรรมชาติ

ห้องโทนสีเขียวที่ให้กลิ่นอายธรรมชาติ

เอาใจคนรักบ้าน Rustic style ที่ให้กลิ่นอายธรรมชาติกันอีกแบบ ด้วยการเลือกใช้สีทาภายในที่เป็นสีเขียวตุ่น หรือที่เรียกกันว่า Sage Green ซึ่งเป็นหนึ่งในสีที่กำลังมาแรงมากในยุคนี้

สีเขียวโทนนี้ถึงจะออกไปทางขมุกขมัวนิดหน่อย แต่ถ้าเราเลือกหยิบเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแนวธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นงานไม้ งานจักสาน ดินปั้น มาตกแต่งและแทรกด้วยสีขาว ก็จะช่วยให้ห้องนี้กลายเป็นหนึ่งห้องที่อบอุ่น สบายตา และดูเป็นธรรมชาติแน่นอน

6. ห้องโทนสีม่วงที่ให้ความหรูหราแบบโมเดิร์น

ห้องโทนสีม่วงที่ให้ความหรูหราแบบโมเดิร์น

ใครที่อยากได้สไตล์การตกแต่งห้องในโทนม่วง ให้บ้านหรูหราในกลิ่นอายแบบทันสมัย มาใช้การบาลานซ์สีด้วยสีม่วงและสีเทา โดยทาผนังด้วยสีเทาเป็นหลัก และใช้สีม่วงมาทาเสริมในส่วนผนังเล็กหรือประตู จะให้ความสมดุลของสีที่พอดี 

จากนั้นเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในสีโทนม่วง ที่มีผิวสัมผัสเป็นกำมะหยี่ และเลือกใช้โต๊ะไม้ ตู้ไม้ สีน้ำตาลอ่อน ก็จะช่วยส่งเสริมให้ห้องดูหรูหรา มีพลังดึงดูดสายตาและทันสมัย 

7. ห้องโทนสีน้ำเงินให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย

ห้องโทนสีน้ำเงินให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย

สีน้ำเงินเป็นสีโทนเย็นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสงบ เพราะเป็นสีที่เหมือนกับท้องฟ้าหรือสีของน้ำทะเล เหมาะกับการนำมาใช้ทาสีภายในห้องได้หลากหลาย ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว 

โดยคุณสามารถตัดเลี่ยนสีน้ำเงินด้วยสีขาว หรือสีฟ้าอ่อนๆ จากนั้นเลือกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือแจกันที่มีลวดลายสี ก็จะให้บรรยากาศที่ร่มรื่น รู้สึกถึงการพักผ่อน และสบายตา 

8. ห้องโทนสีเทาเข้มสไตล์โมเดิร์นแบบเท่ๆ

ห้องโทนสีเทาเข้มสไตล์โมเดิร์นแบบเท่ๆ

สีเทาเข้มหากใช้ทาภายในจะทำให้ดูทึบ จึงควรใช้สำหรับห้องที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงเยอะ จะได้ไม่ทำให้รู้สึกที่อึดอัด หรือจะเลือกเป็นสีเทาเข้มเนื้อกึ่งเงาก็จะช่วยให้ห้องสว่างขึ้นได้ เหมาะกับการใช้ทาห้องหลากหลายทั้ง ทาห้องนั่งเล่น ทาห้องนอน หรือทาห้องน้ำ โดยจะให้ความรู้สึกสงบ มีความเท่ ความมั่นคง

การตกแต่งห้องสีเทาเข้มสามารถตกแต่งกับสีได้หลากหลาย ซึ่งถ้าอยากให้ดูโมเดิร์นก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลธรรมชาติ และเหล็กสีดำ จะยิ่งเพิ่มความเท่ ความน่ามองให้กับห้องนี้ได้ยิ่งขึ้น

9. ห้องโทนสีแดงเนื้อกึ่งเงากระตุ้นพลังบวก

ห้องโทนสีแดงเนื้อกึ่งเงากระตุ้นพลังบวก

สีแดงให้ความรู้สึกที่กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ช่วยเพิ่มพลังงานบวกได้ สำหรับการใช้สีแดงเนื้อกึ่งเงาสำหรับทาภายใน จะต้องบาลานซ์น้ำหนักสีให้ดีและไม่ควรทาทั้งห้อง โดยสามารถใช้สีขาว หรือสีเทาเข้มมาช่วยตัดให้สีแดงไม่ฉูดฉาดจนเกินไป

การใช้สีแดงทาภายในเหมาะกับห้องทำงานหรือห้องแต่งตัว โดยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวหรือสีดำ รวมถึงต้นไม้เข้ามาตกแต่ง จะช่วยให้ห้องดูสบายตาขึ้นได้

10. ห้องโทนสีดำสไตล์ลอฟท์

ห้องโทนสีดำสไตล์ลอฟท์

สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft) หรือบ้านที่เน้นการโชว์โครงเดิม เช่น เสา ท่อเหล็ก โครงเหล็ก ผนังปูนเปลือย ทำให้ตัวบ้านดูโปร่งสบาย โดยการใช้สีทาภายในสีดำ ทาส่วนที่เป็นผนังฉาบปูน สลับกับผนังปูนขัด จะช่วยเติมเอกลักษณ์ให้ตัวห้องมีเสน่ห์มากขึ้น

สำหรับห้องสีดำสไตล์ลอฟท์ สามารถตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือตู้ เก้าอี้ที่ทาด้วยสีเทา สีขาว จะช่วยเพิ่มจุดดึงดูดสายตา และทำให้ห้องดูไม่ทึบจนเกินไป  

สีทาภายในคุณสมบัติครบ ช่วยให้บ้านสีสวยทนทาน

ทั้งหมดนี้คือไอเดียการเลือกสีทาภายใน และการใช้สมดุลสีทั้ง 10 สไตล์ ที่คุณสามารถนำไปต่อยอด การตกแต่งต่อได้เอง เพื่อให้ห้องออกมาสวยโดนใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ 

นอกจากนี้ก็ต้องอย่าลืมเลือกสีทาภายใน ที่มีชนิดฟิล์มสีที่เหมาะสมกับการใช้งานห้องต่างๆ รวมถึงเลือกสีทาภายในที่มีคุณสมบัติ คงทนต่อการเช็ดล้าง ป้องกันเชื้อรา และปราศจากกลิ่นฉุนที่เป็นอันตราย เท่านี้บ้านของคุณก็ไร้ปัญหาสีกวนใจ สร้างความสุขของการอยู่อาศัยได้อย่างยาวนาน