บริษัท กัปตัน โค๊ทติ้ง จำกัด

10 แบบสีทาห้อง แต่งให้ดี ต้องอย่าหลุดโทนตามนี้

สีทาห้องที่คุมโทนจะช่วยให้ภาพรวมของห้องออกมากลมกลืนกัน มองแล้วสบายตา ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องให้ดูน่าอยู่ และยังสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียสีทาห้องให้ออกมาคุมโทน บทความนี้ได้แนะนำเทคนิคการคุมโทนด้วยน้ำหนักสี พร้อม 10 ไอเดียสีทาห้อง ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการแต่งห้องตามสไตล์ของคุณเอง

เทคนิคคุมโทนสีห้องให้ได้ตามความต้องการ

การเลือกสีทาภายในห้องให้ออกมาสวยงามตามต้องการ นอกจากการเลือกแบบสีที่ถูกใจแล้ว ก็ยังมีวิธีการเลือกใช้สีให้คุมโทนทั้งสีห้อง และเลือกสีเฟอร์นิเจอร์ให้กลมกลืนกันด้วย โดยมีเทคนิค 2 ข้อคือ 

1. เลือกชนิดฟิล์มสีทาห้องให้เหมาะสม

สีทาภายในห้องมีให้เลือกใช้หลายชนิดฟิล์มสี ซึ่งมีทั้งแบบเนื้อเงา, เนื้อกึ่งเงา, และเนื้อด้าน โดยฟิล์มสีแต่ละชนิด เมื่อทาลงไปบนพื้นผิวแล้วก็จะให้เนื้อสัมผัส และอารมณ์ของการมองเห็นที่แตกต่างกันออกไป

  • สีทาภายในเนื้อเงา สามารถสะท้อนแสงได้ดี เหมาะกับห้องที่ต้องการความสว่าง และยังสามารถเช็ดล้างได้ง่าย
  • สีทาภายในเนื้อกึ่งเงา จะให้การสะท้อนแสงเล็กน้อย เพิ่มความหรู ดูพรีเมียม และทำความสะอาดง่าย
  • สีทาภายในเนื้อด้าน จะช่วยปกปิดร่องรอยบนผนังได้อย่างดี ให้ความสวยที่ดูเรียบ สบายตา

ดังนั้นเมื่อคุณรู้ว่าจะเลือกทาสีห้องด้วยสีอะไรแล้ว ถ้าอยากให้สีทาห้องกลมกลืนไปกับการตกแต่ง ก็ต้องเลือกชนิดของฟิล์มสีที่เหมาะกับแบบห้องที่คุณเลือกด้วย

2. เลือกใช้น้ำหนักสีแบบ 60-30-10

การทาสีห้องด้วยสีเดียวโดดๆ หรือทาหลายสีมากเกินไป จะส่งผลต่อการคุมโทนสีที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อการทาสีห้องให้มีมิติและดูคุมโทน คุณสามารถทำได้ด้วยการแบ่งสัดส่วนของสีออกเป็น 3 ส่วน คือ

  • 60% สำหรับสีหลักที่เลือก โดยใช้ทาพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องนั้น
  • 30% สำหรับสีรองที่เพิ่มมิติให้กับตัวห้อง ใช้กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ พื้นห้อง ผ้าม่าน โดยเลือกใช้ได้ทั้งสีที่เข้มกว่าหรืออ่อนกว่าสีหลักก็ได้
  • 10% สำหรับเพิ่มจุดเด่นให้กับห้อง เพื่อให้จุดนั้นดึงดูดสายตา เช่น ปลอกหมอน โคมไฟ กรอบรูป แจกัน

10 แบบสีทาห้อง และการตกแต่งให้คุมโทน

1. สีทาห้องสไตล์ Urban Modern

สีทาห้องสไตล์ Urban Modern

Urban Modern หรือการแต่งห้องแบบโมเดิร์น เป็นการตกแต่งห้องที่สะท้อนวิถีชีวิตของความเป็นคนเมืองได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกสีทาห้องและเฟอร์นิเจอร์ให้ดูกลมกลืนกัน ดูทันสมัย ไม่น่าเบื่อ เน้นบรรยากาศให้โล่งโปร่งแต่มีความอบอุ่น เพื่อตอบโจทย์ของการเป็นที่พักผ่อนจากความวุ่นวายในสังคมเมือง

แบบสีทาห้องสไตล์ Urban Modern จะเน้นไปในโทนสีขาว สีเทา สีน้ำตาล ที่ให้ความรู้สึกละมุนละไม อบอุ่น ควบคู่ไปกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์สีใกล้เคียงกับตัวห้อง ที่ดีไซน์ดูเรียบง่าย แต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ 

2. สีทาห้องสไตล์ Minimal

สีทาห้องสไตล์ Minimal

Minimal หรือการแต่งห้องแบบมินิมอล เป็นการตกแต่งห้องในรูปแบบที่เน้นความเรียบง่าย แต่จัดวางสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ตามคอนเส็ป “Less is More” ให้บรรยากาศของตัวห้องดูสะอาดตา ด้วยการเลือกใช้สีแบบโมโนโทนหรือสีโทนเดียว โดยเลือกใช้การสมดุลความอ่อน เข้ม และกลางของสีโทนเดียว ทั้งทาห้องกับเฟอร์นิเจอร์ให้ดูลงตัว

แบบสีทาห้องสไตล์ Minimal ส่วนใหญ่จะเลือกใช้สีโทนดำ หรือสีโทนขาว จะช่วยให้ตัวห้องดูสบายตา เรียบร้อย และผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์สีอ่อนหรือเข้มกว่าตัวห้องเล็กน้อย แต่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน และไม่ตกแต่งเยอะเกินไป

3. สีทาห้องสไตล์ Coastal

สีทาห้องสไตล์ Coastal

Coastal หรือการแต่งห้องสไตล์บ้านตากอากาศชายทะเล เป็นการตกแต่งห้องที่ให้บรรยากาศเหมือนได้พักผ่อนที่บ้านริมทะเล ให้ความรู้สึกถึงการผ่อนคลายจากการได้มองน้ำทะเลใส ท้องฟ้าสวย 

สีทาห้องที่ขาดไม่ได้ในการตกแต่งห้องสไตล์ Coastal นั่นคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน สีขาว และสีครีม โดยให้สีขาวเป็นสีหลักและบาลานซ์สีอื่นๆ ให้พอดีกัน

สำหรับการเลือกเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งสามารถเลือกใช้โทนขาว ฟ้า และตกแต่งผนังด้วยรูปที่มีสีสันสื่อถึงท้องฟ้า หรือท้องทะเล จะให้บรรยากาศภายในห้องดูสดใสและเป็นธรรมชาติ

4. สีทาห้องสไตล์ Rustic

สีทาห้องสไตล์ Rustic

Rustic หรือการแต่งห้องที่เน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ให้กลิ่นอายอบอุ่น ชวนให้คิดถึงบ้านที่อยู่ในฟาร์ม ด้วยการตกแต่งห้องด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ก้อนหิน เชือก เครื่องจักสาน และงานฝีมือ จึงให้บรรยากาศของบ้านที่ดูอบอุ่น สบายตา เหมือนได้อยู่ในบ้านพักตากอากาศ

แบบสีทาห้องสไตล์ Rustic จะเลือกใช้สีโทนธรรมชาติอย่าง สีขาว ครีม สีเขียวอ่อน และเลือกตกแต่งห้องด้วยวัสดุส่วนใหญ่ที่ทำมาจากไม้ ตัดกับหินอ่อน ที่ให้ความรู้สึกในแบบธรรมชาติของชุมชนนอกเมืองใหญ่ ในรูปแบบที่ดูโมเดิร์นมากขึ้น

5. สีทาห้องสไตล์ Scandinavian

สีทาห้องสไตล์ Scandinavian

Scandinavian รูปแบบการตกแต่งบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศในแถบยุโรปตอนเหนือ ที่เป็นการตกแต่งห้องที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ มีจุดเด่นจากการใช้กระจกบานใหญ่ที่รับแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวห้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในสไตล์การตกแต่งบ้านที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ไม่ตกเทรนด์

แบบสีทาห้องสไตล์ Scandinavian จะเลือกใช้สีขาวและเทา เหมาะกับห้องที่มีหน้าต่างบานใหญ่ แสงธรรมชาติจะส่องเข้ามาเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับตัวห้องได้ดูโล่ง โปร่งสบาย และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีดำหรือเทาเข้ม มาตัดกับตัวห้องให้ดูมีมิติ จะช่วยเพิ่มความหรูหราและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

6. สีทาห้องสไตล์ Industrial

สีทาห้องสไตล์ Industrial

Industrial รูปแบบการตกแต่งบ้านที่ให้กลิ่นอายในช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การตกแต่งภายในเหมือนโรงงานสมัยเก่าที่ดัดแปลงให้ดูทันสมัย และตกแต่งแบบโชว์โครงสร้างหลักของตัวบ้าน เช่น การโชว์ฝ้าเพดาน โครงเหล็ก เดินสายไฟด้วยท่อสแตนเลส โชว์ผนังอิฐที่ไม่ทาสี จะให้ความดิบ ดึงดูดสายตาให้ห้องน่ามองอยู่เสมอ 

แบบสีทาห้องสไตล์ Industrial จะเลือกใช้สีขาวในการทาผนังปูน และสีน้ำตาลทาส่วนที่โชว์ผนังอิฐ ร่วมการการเลือกเฟอร์นิเจอร์สีออกทองแดง น้ำตาลเข้ม กับสีดำ จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องนี้ดูดิบ เท่ น่าค้นหา

7. สีทาห้องสไตล์ Thai Modern

สีทาห้องสไตล์ Thai Modern
ขอบคุณรูปภาพจาก mmminimal.com

Thai Modern หรือบ้านทรงไทยประยุกต์ ที่เป็นการผสมระหว่างบ้านโมเดิร์นที่ใช้ปูน ผสมผสานกับเรือนไม้ทรงไทยที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศในบ้านเรา เช่น หลังคาสูง ใต้ถุนสูง จั่วรับลม ให้เอกลักษณ์ของบ้านแบบไทยดั้งเดิม แต่กลับดูทันสมัยไม่ตกยุค

สำหรับแบบสีทาห้องสไตล์ Thai Modern สามารถเลือกใช้สีขาว และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์ทันสมัย โดยไม่ตกแต่งเยอะเกินไป เพื่อให้ตัวห้องดูโล่งโปร่ง

8. สีทาห้องสไตล์ Loft

สีทาห้องสไตล์ Loft

Loft จะเป็นการตกแต่งภายในที่คล้ายกับ Industrial มีแรงบันดาลใจจากโรงงานหรือโกดังเก็บสินค้า ที่โครงสร้างจะเน้นเพดานสูง โชว์โครงเหล็กของตัวบ้าน ผนังปูนขัด สลับกับผนังอิฐ ให้ตัวห้องดูมีความเข้มขรึม ดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แบบสีทาห้องสไตล์ Loft จะเน้นโทนสีน้ำตาล เทา ดำ และขาว โดยให้สัดส่วนของสีโทนเข้มมากกว่าสีโทนอ่อน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวที่ทำจากไม้ เลือกใช้โซฟาหรือเก้าอี้หนัง จะให้บรรยากาศของตัวห้องที่ดูเท่ ดิบ น่าค้นหา

9. สีทาห้องสไตล์ Vintage

สีทาห้องสไตล์ Vintage
ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

Vintage เป็นรูปแบบการตกแต่งห้องให้ดูย้อนไปในยุค 60-70 ที่การออกแบบดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความคลาสสิก ด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ให้ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นที่ไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

แบบสีทาห้องสไตล์ Vintage จะใช้สีโทนขาว ครีม น้ำตาล และเขียวเข้ม ตกแต่งร่วมไปกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวโทนสีน้ำตาลที่เป็นของเก่า ดูย้อนยุค แต่กลับดูคลาสสิก โดยสามารถเพิ่มรายละเอียดของห้องด้วยการแต่งด้วยผ้าลายลูกไม้ หรือผ้าลายดอกไม้ ก็จะช่วยเติมบรรยากาศของความเป็นวินเทจที่อบอุ่นได้เป็นอย่างดี

10. สีทาห้องสไตล์ Retro

สีทาห้องสไตล์ Retro

Retro จะเป็นการตกแต่งห้องสไตล์ย้อนยุคคล้ายกับวินเทจ แต่ต่างกันที่เรโทรจะเป็นการตีความไอเดียจากงานออกแบบเก่า ให้เล่าใหม่ ด้วยกลิ่นอายของยุค 70-80 ซึ่งเป็นการตกแต่งที่เน้นความ “จัดจ้าน” และเลือกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำขึ้นมาใหม่ และมีสีสันฉูดฉาด ให้บรรยากาศที่ดูสนุกสนานและมีความโดดเด่นสูงมาก

แบบสีทาห้องสไตล์ Retro จะเน้นไปที่การใช้สีสันที่สะดุดตา แต่ในการทาสีภายในห้อง จะต้องบาลานซ์น้ำหนักสีให้ไม่ดูฉูดฉาดจนเกินไป ตกแต่งควบคู่ไปกับเฟอร์นิเจอร์ทรงเลขาคณิตที่มีความโดดเด่น เสริมด้วยกรอบรูปกราฟิก หรือจะเพิ่มความสดใสด้วยไฟนีออนดัด ก็จะช่วยสีสันให้กับตัวห้องเข้าไปได้อีก

เลือกโทนสีทาห้องในสไตล์ที่เป็นคุณ

สำหรับทั้ง 10 แบบสีทาห้องที่เราได้แนะนำไปแล้ว คุณสามารถใช้เป็นไอเดียในการตกแต่งห้องของคุณได้ ด้วยการเลือกใช้น้ำหนักสีให้พอดี ทั้งสีห้อง สีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ที่ไม่มากไป ไม่น้อยไป แต่เน้นที่ความกลมกลืน ดูพอดี เท่านี้ห้องของคุณก็ออกมาไม่มีหลุดโทน ในสไตล์ที่คุณเลือกเองแล้ว